บริษัทกำหนดให้มาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและการให้หรือรับสินบน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนิน ธุรกิจและเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการของบริษัท ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชา พนักงานทุกคนทุกระดับ มีส่วนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อให้การดำเนินการด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและการให้หรือ รับสินบน บรรลุตามนโยบายที่กำหนดอย่างเหมาะสม ตลอดจนทบทวนแนวทางการปฏิบัติ และข้อกาหนดในการดำเนินการ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบข้อบังคับ และข้อกำหนดของกฎหมาย ผู้บริหารและพนักงานมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฏ ระเบียบที่ว่าด้วยเรื่อง การป้องกันและต่อต้านการ การให้หรือรับสินบน ในทุก ภูมิภาค หรือทุกประเทศที่บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจด้วยโดย
บริษัทกำหนดให้มาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและการให้หรือรับสินบน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนิน ธุรกิจและเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการของบริษัท ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชา พนักงานทุกคนทุกระดับ มีส่วนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อให้การดำเนินการด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและการให้หรือ รับสินบน บรรลุตามนโยบายที่กำหนดอย่างเหมาะสม ตลอดจนทบทวนแนวทางการปฏิบัติ และข้อกาหนดในการดำเนินการ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบข้อบังคับ และข้อกำหนดของกฎหมาย ผู้บริหารและพนักงานมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฏ ระเบียบที่ว่าด้วยเรื่อง การป้องกันและต่อต้านการ การให้หรือรับสินบน ในทุก ภูมิภาค หรือทุกประเทศที่บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจด้วยโดย
“มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยจิตสำนึกความรับผิดชอบ เพื่อการส่งมอบที่มีคุณภาพ ตรงต่อเวลา และความพึงพอใจของลูกค้า โดยทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”
การดำเนินการของบริษัทฯ เพื่อให้บรรลุถึงนโยบายคุณภาพ ต้องดำเนินการดังนี้
จึงประกาศให้ทราบและยึดถือปฏิบัติโดยทั่วกัน ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2563
นโยบายความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act: PDPA)
ของ บริษัท เอ็ม อี ซี วิศวกรรม จํากัด
วัตถุประสงค์
เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของพนักงานบริษัท เอ็ม อี ซี วิศวกรรม จํากัด รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ
ลูกค้า ที่ปรึกษาโครงการ คู่ค้าทางธุรกิจ และผู้รับเหมา ซึ่งหมายถึง ข้อมูลใดๆ ที่ทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่
ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม โดยมาตรการความปลอดภัยฯ นี้จะเน้นการสร้างมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้
ปลอดภัย และนําไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ตามคํายินยอมที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต โดยกฎหมาย
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในมาตรการความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลฯ
1.เจ้าของข้อมูล หมายถึง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
2.ผู้เก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย
2.1.ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บ
รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะให้มีการออกเอกสารสัญญาที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA : Non-disclosure
Agreement)แก่เจ้าของข้อมูล ในการขอใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
2.2.ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดําเนินการเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามคําสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่ง
ดําเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
2.3.จนท.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) หมายถึง บุคคลหลักที่มีบทบาทสําคัญในการดูแลรักษาข้อมูลส่วน
บุคคลทั้งหมดขององค์กรไม่ว่าจะเป็นทั้งข้อมูลส่วนบุคคลทั้งภายใน เช่น (ข้อมูลพนักงาน) หรือ ภายนอก (ข้อมูลลูกค้า ,
ที่ปรึกษาโครงการ ,คู่ค้าทางธุรกิจ และผู้รับเหมา) ตั้งแต่การเก็บจัดเก็บรวบรวม, เปิดเผย, และนําข้อมูลไปใช้รวมไปถึง
การกําหนดทิศทางการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัยและสอดคล้องตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้
ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะเป็นผู้ประกาศแต่งตั้งให้ทราบ
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องแจ้งรายละเอียดและวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การใช้ หรือ
เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อนหรือขณะเก็บรวบรวมข้อมูล โดยเจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะทราบว่าจะ
จัดเก็บข้อมูลอะไรบ้าง รวมถึงระยะเวลาการจัดเก็บ สถานที่ และวิธีการติดต่อกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้
ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิด
ความเข้าใจผิดได้ โดยการแก้ไขนั้นจะต้องเป็นไปด้วยความสุจริต และไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย
กรณีเจ้าของข้อมูลเคยให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูลไป ต่อมาเกิดเปลี่ยนใจ ก็สามารถยกเลิกความยินยอม
นั้นเมื่อไหร่ก็ได้ โดยการยกเลิกจะต้องไม่ขัดต่อข้อจํากัดสิทธิในการถอนความยินยอมทางกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้
ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไปก่อนหน้านี้
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลระงับการใช้ข้อมูลได้ ไม่ว่าจะในกรณีที่เกิดเปลี่ยนใจไม่
ต้องการให้ข้อมูลแล้ว หรือเปลี่ยนใจระงับการทําลายข้อมูลเมื่อครบกําหนดที่ต้องทําลาย
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสําเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเองจากผู้ควบคุมข้อมูล
ส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตัวเองอาจไม่แน่ใจว่าได้ให้ความยินยอมไปหรือไม่ โดย
สิทธิการเข้าถึงข้อมูลนั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือคําสั่งศาล และการใช้สิทธินั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของ
บุคคลอื่น
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลต้องการให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายแรกโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมราย
อื่น ก็สามารถขอให้ผู้ควบคุมรายแรกจัดทําข้อมูลที่อ่านได้ง่ายหรือจัดทําข้อมูลในรูปแบบที่เข้าถึงได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
และโอนไปยังผู้ควบคุมอีกรายได้ ซึ่งข้อมูลที่โอนไปนั้น เจ้าของข้อมูลก็ยังขอรับข้อมูลนั้นจากผู้ควบคุมข้อมูลรายแรกได้
อีกด้วย แต่จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย สัญญา หรือละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยร้องขอต่อผู้
ควบคุมข้อมูลเมื่อไรก็ได้ โดยร้องขอผ่านแบบฟอร์มที่ผู้ให้บริการจัดไว้ หรือติดต่อกับผู้ดูแลระบบ
ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจําเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ หรือผู้ควบคุมนําข้อมูลไป
เผยแพร่ในที่สาธารณะ หรือข้อมูลนั้นสามารถเข้าถึงได้ง่าย เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมลบหรือทําลายข้อมูลส่วน
บุคคล หรือทําให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยผู้ควบคุมข้อมูลต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ค่าใช้จ่ายและการดําเนินการนั้น
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการตาม PDPA ได้ ถ้าผู้ควบคุม ผู้ประมวลผล
รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุม ผู้ประมวลผล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงมีสิทธิในการเรียกค่า
สินไหมทดแทนทางศาลด้วย
มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯกําหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล โดยให้เป็นไปตาม มาตรฐานที่กระทรวง
ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกําหนด เรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (access control) โดย
ประกอบด้วย
1 ให้มีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและอุปกรณ์ในการจัดเก็บและประมวลผล
2 ให้มีการกําหนดเกี่ยวกับการอนุญาตหรือการกําหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
3 ให้มีการบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งาน เพื่อควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว
4 กําหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
5 จัดให้มีวิธีการตรวจสอบย้อนหลังการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลใด
6 กําหนดห้ามมิให้มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
ส่วนบุคคลโดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย เพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือเพื่อกิจกรรมใน
ครอบครัวของบุคคลนั้น
7 จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาการเก็บรักษา ,ข้อมูลที่ไม่
เกี่ยวข้องเกินความจําเป็น ,เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องถอนความยินยอม
แนวปฏิบัติในกรณีการเก็บข้อมูลที่เคยมีการเก็บอยู่แล้ว
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 95 กําหนดให้“ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้
เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วน
บุคคลนั้นต่อไปได้ตามวัตถุประสงค์เดิม ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดวิธีการยกเลิกความยินยอมและเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ประสงค์ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ดังกล่าวด้วยเอกสารแบบฟอร์มขอถอนสิทธิในการเพิกถอนความยินยอม”
มาตรการเก็บรักษาใช้ข้อมูล
1.ประเภทของข้อมูล
1.1.ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือ
ทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม ประกอบด้วย
1.1.1.ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น
1.1.2.เลขประจําตัวประชาชน, เลขหนังสือเดินทาง, เลขบัตรประกันสังคม, เลขใบอนุญาตขับขี่, เลขประจําตัวผู้เสียภาษี,
เลขบัญชีธนาคาร, เลขบัตรเครดิต (การเก็บเป็นภาพสําเนาบัตรประชาชนหรือสําเนาบัตรอื่นๆที่ที่ข้อมูลส่วนบุคคล)
1.1.3.ที่อยู่ อีเมล์ โทรศัพท์
1.1.4.ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น IP Address, MAC Address, Cookie ID
1.1.5.ข้อมูลทางชีวมิติ (Bio-metric) ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ ฟิลม์เอ็กซ์เรย์ ข้อมูลสแกนม่านตา ข้อมูลอัต
ลักษณ์เสียง ข้อมูลพันธุกรรม
1.1.6.ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่นทะเบียนรถ โฉนดที่ดิน
1.1.7.ข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงไปยังข้อมูลข้างต้นได้ เช่น วันเกิด สถานที่เกิด เชื้อชาติ สัญชาติ นํ้าหนัก ส่วนสูง ข้อมูล
ตําแหน่งที่อยู่ ข้อมูลการแพทย์ ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการจ้างงาน
1.1.8.ข้อมูลหมายเลขอ้างอิงที่เก็บไว้ในไมโครฟิลม์
1.1.9.ข้อมูลการประเมินผลการทํางานหรือความเห็นของนายจ้างต่อการทํางานของลูกจ้าง
1.1.10.ข้อมูลบันทึกต่างๆที่ใช้ติดตามสตรวจสอบกิจกรรมต่างๆของบุคคล เช่น Log Files
1.1.11.เงินเดือน และเงินได้อื่นๆ ส่วนนบุคคล
1.2 ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลที่ใช้ระบุเจาะจงตัวบุคคลไม่ได้เช่น
1.2.1.เลขทะเบียบบริษัท
1.2.2.ข้อมูลสําหรับการติดต่อทางธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคล เช่น หมายเลขโทรศัพท์ แฟกซ์ที่ทํางาน ที่อยู่สํานักงาน
อีเมล์บริษัท เช่น mecsince1982@gmail.com
1.2.3.ข้อมูลนิรนาม ข้อมูลแฝง ข้อมูลที่ถูกทําให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีทางเทคนิค
1.2.4.ข้อมูลผู้เสียชีวิต
1.2.5.ข้อมูลนิติบุคคล
1.3 เงื่อนไขและระยะเวลาในการเก็บข้อมูล
1.3.1.ข้อมูลส่วนบุคคล สําหรับงานทรัพยากรบุคคล มีการกําหนดระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลคือ ตลอด
อายุงานที่พนักงานยังคงปฏิบัติงานให้กับบริษัท และเมื่อพนักงานได้สิ้ยสภาพพนักงานกับบริษัทฯแล้ว จะมีการลบ
ข้อมูลส่วนบุคคลพนักงานทิ้งภายใน 5 ปีหลังจากมีการสิ้นสภาพพนักงาน
รูปแบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล สําหรับงานทรัพยากรบุคคล
1.ใบสมัครที่เป็นแผ่นเอกสาร จัดเก็บเข้าแฟ้มในพื้นที่ ที่ซึ่งต้องได้รับอนุญาตก่อนจากผู้จัดการฝ่ายทรัพยากร
บุคคล และมีการกําหนดอนุญาตการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะพนักงานตําแหน่งผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ,พนักงาน
บริหารทรัพยากรบุคคลงานเงินเดือน และพนักงานบริหารทรัพยากรบุคคลงานจัดทําค่าแรงโครงการ เท่านั้น
2.ข้อมูลส่วนบุคคลรูปแบบ ไฟล์อิเลคทรอนิคส์ ที่ถูกบันทึกลงในโปรแกรมสําเร็จรูป มีการจัดเก็บข้อมูลผ่าน
ระบบ Cloud ผู้ที่จะเข้าถึงข้อมูลจะต้องได้รับสิทธิจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และให้มีการล๊อคอินเพื่อ ์ ยืนยันผู้ใช้งาน
เข้าสู่ระบบก่อนจะเข้าไปดูข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ได้ประกอบด้วย
2.1 เจ้าหน้าที่ดูแลระบบ Cloud System
2.2เจ้าหน้าที่ดูแลโปรแกรมสําเร็จรูป
2.3 คณะกรรมการบริหารบริษัทฯ
2.4 ผู้บริหารสูงสุดของแต่ละฝ่าย
2.5 พนักงานบริหารทรัพยากรบุคคลงานจัดทําเงินเดือนและค่าแรง
1.3.2.ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ที่ปรึกษาโครงการ คู่ค้าทางธุรกิจ และผู้รับเหมา สําหรับงานจัดซื้อ
จัดจ้าง งานบัญชีและงานการเงิน มีการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ที่ปรึกษาโครงการ คู่ค้าทางธุรกิจ และ
ผู้รับเหมา ทั้งที่เป็นการจัดเก็บทั้งรูปแบบแผ่นเอกสารและไฟล์อิเลคทรอนิคส์ โดยมีกําหนดระยะเวลาในการจัดเก็บ
ข้อมูลคือ 10 ปีและหลังจากครบ 10 ปีแล้ว จึงจะมีการทําลายเอกสารทิ้ง
รูปแบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล 2 ส่วน
1.เอกสารส่วนบุคคลของลูกค้าและผู้รับเหมา เช่น บัตรประชาชน สําเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองบริษัท มี
การจัดเก็บเข้าแฟ้มในพื้นที่ ที่ซึ่งต้องได้รับอนุญาตก่อนจากผู้อํานวยการฝ่ ายบัญชีและการเงิน และมีการกําหนด
อนุญาตการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะพนักงานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
2.ข้อมูลส่วนบุคคลรูปแบบ ไฟล์อิเลคทรอนิคส์ ที่ถูกบันทึกลงในโปรแกรมสําเร็จรูป มีการจัดเก็บข้อมูลผ่าน
ระบบ Cloud ผู้ที่จะเข้าถึงข้อมูลจะต้องได้รับสิทธิจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และให้มีการล๊อคอินเพื่อยืนยันผู้ใช้งาน ์
เข้าสู่ระบบก่อนจะเข้าไปใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้
มาตรการป้องกันและเยียวยา
หากเจ้าของข้อมูลพบว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีการ เก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล โดย
ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลควบคุม รวมถึงกรณี ผู้ประมวลผล ลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง ฝ่าฝืนหรือไม่
ปฏิบัติตามกฎหมาย เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) โดยเร็วที่สุด
เพื่อที่เจ้าหน้าที่คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลจะทําการตรวจสอบถึงสาเหตุที่มาและระบุจุดต้นเหตุของการรั่วไหล รวมทั้ง
ออกมาตรการเยียวยาเหตุการณ์รั่วไหลของข้อมูล พร้อมทั้งแจ้งแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือสํานักงานคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกําหนดทันที
การทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ อาจพิจารณาทบทวนปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือแนวปฏิบัติได้เป็นครั้งคราว
เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข บริษัทฯ จะประกาศแจ้งให้
พนักงานทุกท่านทราบ
ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2565
…………………………………
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
(นางรัมณีย์ อาษารัฐ)
เอกสารอ้างอิง
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ 2563
“มากกว่าคุณภาพและความเชี่ยวชาญ
คือการดำเนินการด้วยจิตวิญญาณที่เป็นธรรม”
ก้าวสู่โลกอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนไปด้วยกัน
© M.E.C. Engineering | Copyright All right reserved